DGRIE – Norfolk Jacket (นอร์ฟอล์กแจ็คเก็ต) / Norfolk Safari Jacket
Front Belt (สายคาดเอวด้านหน้า): เป็นดีเทลคลาสสิกที่ดัดแปลงมาจากแจ็คเก็ตสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการยิงปืนหรือล่าสัตว์ (Shooting/Hunting Jacket) ของสุภาพบุรุษอังกฤษในอดีต สายคาดนี้ช่วยเน้นช่วงเอวให้โครงสร้างของชุดดูมีทรวดทรงที่ชัดเจนขึ้น
Flap Patch Pockets (กระเป๋าปะแบบมีฝาปิด): กระเป๋าด้านล่างเป็นแบบปะที่มีขนาดใหญ่และมีฝาปิด ซึ่งเป็นดีเทลที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน และเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแจ็คเก็ตสไตล์ Country
เนื้อผ้าและเท็กซ์เจอร์: จากภาพรวมที่เป็นผ้าทอลาย (ดูคล้ายผ้า Tweed หรือผ้าวูลที่มีเท็กซ์เจอร์) เป็นการเลือกใช้แมตทีเรียลที่แมตช์กับกลิ่นอายความวินเทจของโครงเสื้อแบบนอร์ฟอล์กได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นงานแจ็คเก็ตที่ผสมผสานระหว่างสปอร์ตโค้ทสไตล์วินเทจเข้ากับเทคนิคการตัดเย็บแบบคลาสสิกที่ดูมีคาแรคเตอร์






ประวัติของ Norfolk Jacket (นอร์ฟอล์กแจ็คเก็ต) นั้นมีความคลาสสิกและผูกพันกับวิถีชีวิตของสุภาพบุรุษอังกฤษในอดีตอย่างลึกซึ้งครับ โดยมีจุดเริ่มต้นและวิวัฒนาการที่น่าสนใจดังนี้ครับ
จุดกำเนิดและที่มาของชื่อ (ช่วงยุค 1860s) ต้นกำเนิดที่แท้จริงของแจ็คเก็ตทรงนี้ยังมีข้อถกเถียงอยู่บ้าง แต่มี 2 ทฤษฎีหลักที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางครับ:
-
ทฤษฎีแรก: เชื่อว่าถูกคิดค้นโดย Thomas William Coke (บรรดาศักดิ์ 1st Earl of Leicester) ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “Coke of Norfolk” เพื่อใช้เป็นเสื้อสำหรับใส่ล่าสัตว์ในที่ดินของเขา
-
ทฤษฎีที่สอง (เป็นที่นิยมมากกว่า): เชื่อว่า King Edward VII (ขณะที่ยังดำรงพระยศเป็น Prince of Wales) ทรงโปรดให้ช่างตัดเย็บเสื้อแจ็คเก็ตแบบพิเศษขึ้นมา เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมกีฬากลางแจ้งและยิงปืนที่พระตำหนัก Sandringham ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑล Norfolk จึงกลายเป็นที่มาของชื่อแจ็คเก็ตทรงนี้นั่นเองครับ
ฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง (Utilitarian Design) Norfolk Jacket ในยุคแรกเริ่ม ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “Shooting Coat” หรือเสื้อสำหรับกีฬายิงปืนและล่าสัตว์โดยเฉพาะ ดีเทลทุกอย่างจึงเน้นฟังก์ชันเป็นหลัก:
-
Box Pleats (จีบขยาย): นอร์ฟอล์กแบบดั้งเดิม (Full Norfolk) จะมีจีบพลีทคู่พาดยาวตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาถึงชายเสื้อทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จีบนี้จะขยายออกได้เมื่อผู้สวมใส่ยกแขนประทับปืนไรเฟิลหรือปืนลูกซอง ทำให้ไม่รู้สึกรั้งหรือตึงที่แผ่นหลังและหัวไหล่
-
Full Belt (เข็มขัดคาดเอว): ช่วยรัดโครงเสื้อให้กระชับเข้ากับลำตัว ป้องกันลมหนาวและไม่ให้ชายเสื้อรุ่มร่ามไปเกี่ยวของมีคมหรือกิ่งไม้ในป่า
-
Bellows Pockets (กระเป๋าขยายได้): กระเป๋าล่างมักมีขนาดใหญ่และมีจีบขยาย เพื่อให้สามารถจุปลอกกระสุน ดินปืน หรือเสบียงเล็กๆ น้อยๆ ได้เพียงพอ
-
Fabric (เนื้อผ้า): มักตัดเย็บด้วยผ้า Heavyweight Tweed เพราะนอกจากจะให้ความอบอุ่นและทนทานต่อการขีดข่วนแล้ว ลายทอของทวีดยังทำหน้าที่เป็นเสมือนลายพราง (Camouflage) ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมในป่าและทุ่งหญ้าอีกด้วย
วิวัฒนาการสู่ Half-Norfolk และ Sport Coat ยุคใหม่ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 Norfolk Jacket กลายเป็น “เครื่องแบบ” มาตรฐานสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภทของสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลา ตีกอล์ฟ หรือแม้แต่การขี่จักรยาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป กิจกรรมเหล่านี้เริ่มต้องการเสื้อผ้าที่ดูพลิ้วไหวและน้ำหนักเบาขึ้น ดีเทลแบบ Full Norfolk ที่มีจีบพลีทเต็มตัวจึงเริ่มเสื่อมความนิยมลง เพราะดูเทอะทะและเป็นทางการในแบบ Countryside มากเกินไป
จึงเกิดการดัดแปลงเป็น “Half-Norfolk” (ลักษณะคล้ายรูปที่คุณส่งมาก่อนหน้านี้) โดยตัดจีบพลีทแนวตั้งออกไป คงเหลือไว้เพียงดีเทลคลาสสิกอย่าง สายคาดเอว (Front Belt หรือ Half Belt ด้านหลัง) และ กระเป๋าปะ (Patch Pockets) ทำให้แจ็คเก็ตดูมีความสะอาดตาและร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายความวินเทจแบบนักล่าสัตว์เอาไว้ และกลายมาเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการออกแบบ Sport Coat ในวงการ Menswear ปัจจุบันครับ







